คู่หมั้นชาวไทยของผม

คู่หมั้นชาวไทยของฉัน - เรื่องจริง

*** ผมเขียนงานชิ้นนี้ในการย้อนกลับเรื่องราวเกี่ยวกับคู่หมั้นไทยของผมชื่อส้ม ซึ่งมันเป็นการเตือนให้คำนึงถึงหนึ่งในสิ่งที่ยอดเยี่ยมที่สุดที่เกิดขึ้นในชีวิตของผม ขอขอบคุณไปยังผู้คนที่ช่วยให้ผมตระหนักถึงความฝันของผมและหวังว่าจะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คู่รักคู่อื่นๆ ที่เป็นคู่หมั้นซึ่งมีความความสัมพันธ์ที่ห่างไกลกัน เพื่อคอยประคับประคองความรักซึ่งกันและกัน**

เมื่อ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ตอนบ่ายวันพุธกับสายการบินนอร์ทเวส แอร์ไลน์ (Northwest Airline) จากเมืองซีแอทเทิ่ล (Seattle) และเวลาไม่กี่ชั่วโมงของการรอเปลี่ยนเครื่องที่นาริตะ (Narita, Japan) ในที่สุดผมก็มาถึงที่จุดหมายปลายทางของผมที่เค้าเรียกว่าเมืองแห่งสรวงสวรรค์ กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ผมบอกตามตรงว่ารู้สึกเหนื่อยมากจากการเดินทางอันใช้เวลายาวนานและแสนจะทรมาน แต่รอยยิ้มที่มีเสน่ห์ของเจ้าหน้าที่ที่สนามบินโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือผู้หญิง มันทำให้ความเหนื่อยล้าของผมนั้นหายไปเลย แต่ Hey!! ผมอายุ 30 และก็เป็นหนุ่มโสดมาซักระยะนึงละ และรอยยิ้มหวานๆเป็นสิ่งที่หายากในเมืองที่วุ่นวายมากของผมที่สหรัฐอเมริกา แต่ในดินแดนที่มีเสน่ห์อันแปลกใหม่สำหรับผมนี้ ผมเคยได้ยินมาว่าประเทศไทยสามารถตอบสนองของการผจญภัยทุกชนิด พิจารณาจากสถานที่ท่องเที่ยวหลายแห่งและแน่นอนวัฒนธรรมที่มั่งคั่งและรุ่งเรืองที่รักษาไว้อย่างดี นี่คือครั้งแรกในประเทศไทยสำหรับผม และในขณะเดียวกันการเดินทางในกรุงเทพฯโดยการมองจากหน้าต่างแท็กซี่ไม่ได้ประทับใจผมมาก แต่การผจญที่น่าตื่นเต้นของผมจะมีขึ้นในวันต่อไป

ผมเข้าพักในโรงแรมที่อบอุ่นและเป็นกันเองซึ่งติดกับฝั่งของแม่น้ำเจ้าพระยา ดูแล้วเป็นแม่น้ำที่วุ่นวายและน้ำขุ่นมัว และการก่อสร้างรูปแบบต่างๆตามริมฝั่งของมันช่างกวนใจผมอย่างยิ่ง ผมใช้เวลาเพียงแค่ชั่วโมงในการมองมันในขณะที่พยายามที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกผ่อนคลายแล้วหลับตาล้มนอนบนเตียงในบ่าย และเมื่อยามราตรีมาถึง ผมไปทานมื้อเย็นข้างนอก มันทำให้ผมมีความรู้สึกที่ใกล้ชิดเมืองมากขึ้น และการเริ่มต้นกับประสบการณ์ของตัวเองและการต้อนรับแบบไทยๆที่มีชื่อเสียงด้วยความเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวที่พูดถึงกันอย่างแพร่หลายในเว็บไซด์ที่ผมเคยอ่านมา ที่ได้กล่าวถึงเกี่ยวกับสนามบินและพนักงานโรงแรมที่มีความเป็นมิตร แต่ผมรู้สึกว่าความเป็นมิตรของคนเหล่านั้นมันมาจากหน้าที่ของเขา ที่จะดูแลและทำให้แขกรู้สึกดี ผมออกไปข้างนอกในสถานที่ที่ดูเป็นธรรมชาติเพื่อจะได้สัมผัสกับประสบการณ์จริงๆ หนังสือ “Lonely Planet” ของผมก็ได้แนะนำร้านอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ใกล้สถานที่ที่ผมพักอยู่ แต่ผมเลือกที่ร้านอาหารที่ค่อนข้างอยู่ไกลออกไป ซึ่งมีชื่อที่แปลกและน่าสนใจ มันเป็นชั่วโมงเร่งด่วนและแออัดในกรุงเทพฯหลังจากที่ผมเดินออกจากโรงแรม ผมดีใจที่คนขับรถแท็กซี่บางคนพูดภาษาอังกฤษได้ และเขาก็มีพยายามที่จะตอบบางคำถามของผม เขาถามผมด้วยคำถามทั่วๆไป เช่นผมมาจากไหน ผมชื่ออะไร ผมทำงานอะไร ฯลฯ นอกจากนี้เขายังถามผมว่าผมอยากจะไปดิสโก้สนุกๆไหม ผมก็แค่ยิ้มให้กับคำถามนี้ของเขาและตอบแค่บางส่วน เพื่อแสดงให้เขาเห็นว่าผมให้ความสนใจเขา

ต่อมา หลังจากผ่านไปเกือบชั่วโมงภายในรถแท็กซี่สีชมพู ผมก็มาถึงร้านอาหาร "Cabbages and Condoms" บรรยากาศอบอุ่นของร้านอาหารที่มีฝีมือการตกแต่งไม่ซ้ำกันด้วยถุงยางอนามัยกระจายอยู่ทั่วทุกสถานที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถุงยางอนามัยในขนาดต่างๆและสีที่มีการจัดอย่างดีและมีกรอบแขวนอยู่บนผนัง มันมาพร้อมกับสโลแกนที่ว่า "SAFETY CAN BE FUN" ผมคิดว่า พื้นที่ภายในร้านการตกแต่งน่าสนใจดี แต่ผมเลือกที่จะทานอาหารกลางแจ้งภายใต้หลังคาของต้นไม้และไฟหลากสี ผมได้ที่นั่งที่ดีในส่วนตรงกลางซึ่งผมสามารถเดินอบๆได้จากทุกทิศทุกทาง แขกส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติส่วนใหญ่เป็นชาวผิวขาวและชาวมองโกลอยด์ บางคนมากับคู่หมั้นชาวไทยหรือภรรยาชาวไทย ไม่กี่นาทีก็มีบริกรสาวเดินมาด้วยรอยยิ้ม เธอเดินเข้ามาใกล้และส่งเมนูให้ผม ผมเห็นป้ายชื่อที่ด้านซ้ายของเสื้อสีขาวของเธอมีคำว่า "ส้ม" สัญชาตญาณของผมคิดว่าเป็นชื่อของเธอ ผมจึงได้ทักทายเธอและเธอแสดงความขอบคุณผม เธอตอบด้วยยิ้มกว้างซึ่งเผยให้เห็นฟันของเธอสีขาวสวยงาม ผมเอ่ยชื่อของเธอ มันทำให้ผมเห็นอะไรหลายอย่างในตัวเธอ ทั้งอารมณ์ที่แปลกใจ ดีใจและความเขินอาย หลังจากที่ผมพูด เธอยังคงหน้าแดงซึ่งมันทำให้เธอดูงดงามมากยิ่งขึ้น เธอถามผมว่าผมจะดื่มอะไรดีคะ? ผมบอกเธอว่า ผมอยากดื่มไวน์แดงซักแก้ว เธอทวนรสยการที่ผมสั่งและผมก็แสดงให้เห็นว่าคำสั่งถูกต้อง แล้วเธอก็เดินออกไปส่งรายการที่ผมสั่งที่ไหนซักแห่ง ขณะที่เธอเดินออกไปผมสังเกตเห็นร่างที่งดงามของเธอที่โดดเด่นจากเสื้อสีขาวบริสุทธิ์และชุดกางเกงสีดำ เธอช่างเป็นคนที่น่าสนใจจริงๆผมคิดว่าอย่างนั้น ไม่กี่นาทีต่อมาเธอกลับมาพร้อมกับแก้วไวน์ แล้วตอนนี้เธอก็ดูผ่อนคลายมากขึ้น

"คุณชื่อส้มใช่ไหม" ผมถามเพื่อให้เธอรู้สึกว่าผมสนใจที่อยากจะรู้จักเธอมากขึ้น

"ใช่ค่ะ ดิฉันชื่อส้ม แล้วคุณชื่ออะไรคะ" เธอถามด้วยรอยยิ้ม ภาษาอังกฤษของเธอใช้ได้ และผมก็เข้าใจเธอ ผมบอกชื่อของผมและเธอตอบกลับมาอย่างรวดเร็วว่ายินดีที่ได้รู้จักค่ะ ชั่วขณะที่เธอขอตัวและเดินไปหาลูกค้าที่เข้ามาใหม่ ผมรู้สึกสนใจในตัวเธออย่างมาก ซึ่งผมรู้สึกว่าผมไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ความรู้สึกชอบเธอมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ผมอยู่ในร้านอาหารสำหรับมื้อค่ำและพยายามไม่คิดฟุ้งซ่านเกี่ยวกับพนักงานเสิร์ฟสาวสวย ผมทานอาหารเสร็จ และต้องการที่จะชำระเงินแต่พนักงานเสิร์ฟอีกคนหนึ่ง มาบริการผมแทน ผมรู้สึกผิดหวังนิดหน่อยเมื่อผมออกจากร้านอาหารโดยที่ไม่เห็นส้ม ผมเดาว่าเธออาจจะเข้าห้องน้ำหรือได้รับมอบหมายให้ทำงานที่ห้องคอมพิสเตอร์ถุงยาง ซึ่งเป็นอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ที่มุมหนึ่งของร้านอาหาร ผมเดินออกไปและกำลังจะเรียกรถแท็กซี่ แต่ผมเห็นร่างที่คุ้นเคยเดินออกไปไม่กี่เมตรไปทางถนนสายหลัก ท่ามกลางลูกค้าที่เดินทางมาถึงและผมรีบที่จะทักเธอ เธอรู้สึกประหลาดใจและอายมากเมื่อเธอเห็นผมเดินมาอยู่ข้างๆเธอ

"หวัดดีครับส้ม เลิกงานแล้วหรอครับ" ผมถามเธอ
"ใช่ค่ะ เลิกงานแล้วค่ะ" เธอตอบอย่างอายๆ

มันเป็นความรู้สึกที่ดีที่ได้เดินเคียงข้างหญิงสาวที่เรารู้สึกปิ๊ง.. มันเป็นความรู้สึกที่ตื่นเต้นแต่ไม่แน่ใจว่าจะเป็นความรู้สึกของทั้งสองฝ่ายหรือเปล่า ตาส้มดูเป็นประกายงดงาม เมื่อเธอตอบคำถามของผม มันสร้างความมั่นใจให้ผมได้มากว่าเธอไม่กลัวผมหรือผมไม่ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดซึ่งผมคิดว่ามันเป็นสัญญาณที่ดี

ในที่สุดเราก็มาถึงถนนสายหลักและจากนั้นผมได้ใช้ความกล้าหาญของผมที่จะเชิญเธอไปดื่มกาแฟซักถ้วย ผมไม่ได้คะยั้นคะยอว่าเค้าจะต้องไป บางทีเราก็อาจเจอกันครั้งต่อไปถ้าเธอว่างวันนี้ เธอก็ตอบว่าเธอก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร ก็ได้ต่อไปถ้าเธอไม่สามารถใช้ได้ในวันนี้ เธอบอกว่าเธอก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร เราก็เลยไปดื่มกาแฟที่ร้านใกล้ๆแถวนั้นกัน

ส้มก็ยังคงขี้อายเหมือนเดิม ในขณะที่เรากำลังนั่งอยู่ที่ร้านกาแฟนั้น เธอก็ยังคงยิ้มให้ผม ในขณะที่ผมพยายามที่จะทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลาย โดยการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับตัวผมให้เธอฟัง ผมเริ่มสนทนาขึ้นและเธอก็ได้ชื่นชมผมตลอดเวลาด้วยวิธีที่น่ารักของเธอ ในระหว่างที่คุยกัน เธอก็เริ่มเล่าเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับตัวเองให้ผมฟัง

ผมจึงทราบว่าเธออายุ 25 ปี เธอไม่ใช่คนกรุงเทพฯแต่เธอมาจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งก็คือ อีสาน เธอเรียนจบปริญญาในสาขาการสอน แต่เธอยังไม่พร้อมที่จะสอนเต็มเวลา เพราะเธอต้องการทำงานเพื่อช่วยเหลือครอบครัวของเธอก่อน ดังนั้นในเวลากลางวันเธอจึงทำงานเป็นครูสอนพิเศษภาษาไทย ส่วนในตอนเย็นเธอก็ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟ ผมประทับใจมากกับความมุ่งมั่นของเธอและโดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความรับผิดชอบของเธอ ดังนั้น ผมรู้ว่าผมกำลังพูดอยู่กับผู้หญิงที่สวยงาม จริงใจ มีความรักให้กับครอบครัวของเธอก่อนสิ่งอื่นใด และผมก็รู้ว่า ผมชอบเธอมากกว่าการที่จะได้รู้จักเธอเพียงแค่นี้

การสนทนาของเรายังคงดำเนินต่อไปจนถึงสถานีรถไฟฟ้า เธอคะยั้นคะยอให้ผมนั่งรถไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัด ผมทำตามคำแนะนำของเธอ ซึ่งก็บังเอิญว่าเราต้องเดินทางไปทางเดียวกับผม แม้ว่าสถานีของผมจะถึงก่อนสถานีของเธอ แต่ผมขอไปส่งเธอที่สถานีอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ จากนั้นผมกล่าวลากับส้ม ผมบอกเธอว่า ผมรู้สึกขอบคุณในช่วงเวลาดีๆนี้ อันที่จริงผมเสนอที่จะเรียกแท๊กซี่ไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนต์ของเธอ แต่เธอปฎิเสธ เธอเรียกแท๊กซี่ให้ผมและอวยพรให้ผมปลอดภัย เธอสัญญาว่าเธอจะติดต่อกับผม โดยการคุยโทรศัพท์และบอกผมว่าเธอพักอยู่ที่ไหน จากนั้นส้มก็เดินไปที่ป้ายรถเมล์ คนขับแท๊กซี่ขับรถได้อย่างราบรื่นและลัดเลาะไปในเส้นทางที่รวดเร็ว ผมหันกลับไปมองทางหน้าต่าง และค่อยๆเห็นส้มหายไปในระยะไกล

ทันทีที่ผมมาถึงโรงแรม ผมพยายามที่จะโทรหาส้ม และผมก็ดีใจที่เธอกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัย เสียงของเธอ ผมสังเกตได้ถึงความตื่นเต้นและรู้สึกเขินอาย ซึ่งมันทำให้ผมมั่นใจได้ว่า มันเป็นความรู้สึกร่วมกันระหว่างเรา ผมนอนคิดถึงเธอจนกระทั่งเผลอหลับ ในวันรุ่งขึ้น ผมได้ทำในสิ่งที่นักท่องเที่ยวทั่วไปทำเมื่อมาถึงประเทศไทยเป็นครั้งแรก ผมเรียกว่า จุดท่องเที่ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณใกล้เคียงเช่นวัด พระบรมมหาราชวัง ถนนข้าวสารและห้างสรรพสินค้า ในช่วงบ่าย ส้มและผมได้พบกันที่สวนสาธารณะใกล้กับสถานที่ทำงานของเธอ เรามีการพูดคุยกันในขณะที่เดินเล่น พายเรือและหัวเราะกัน เราชอบพูดเรื่องตลก มันเป็นการพบกันที่โรแมนติกและมีความหมาย ไม่กี่ชั่วโมงผ่านไป ผมพาเธอไปที่ร้านอาหารที่เธอทำงานพาร์ทไทม์ ผมลาเธอที่นั่นและสัญญาว่าจะกลับมารับเธอเพื่อทานมื้อค่ำ

ส้มและผมได้มารับประทานอาหารค่ำที่ร้านอาหารที่ผมสามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำที่เปล่งประกายจากแสงไฟที่มาจากเรือและอาคารโดยรอบ มันเป็นมื้อค่ำที่สมบูรณ์แบบและเป็นวันที่โรแมนติก เย็นวันนั้นผมต้องการจะทำสิ่งที่ชัดเจน ผมอยากจะบอกส้มว่าผมสนุกมากที่ได้มากับเธอและผมชอบเธอมากๆ และผมอยากที่จะรู้ให้แน่ชัดถึงความรู้สึกที่แท้จริงของเธอที่มีต่อผม ผมกลัวว่าสิ่งที่ผมคาดหวังเกี่ยวกับความรู้สึกของเธอนั้น ผมจะไม่ได้คิดไปเองฝ่ายเดียว

มื้อค่ำดำเนินไปได้ด้วยดี ส้มดูเหมือนจะผ่อนคลายมากขึ้นและผมก็ดีใจที่เห็นเธอเป็นตัวของตัวเอง ก่อนที่มื้อค่ำจะสิ้นสุดลง ผมก็ได้ชวนเธอให้มาดูวิวที่ห้องของผม เพื่อดูวิวของแม่น้ำผ่านห้องของผม เธอตกลงรับคำเชิญของผม ผมคิดว่าเธอเชื่อใจผม ผมมีเธออยู่ในหัวใจของผม ส้มและผมต่างรับรู้ความรู้สึกรักของกันและกัน เราตกลงเป็นแฟนกันอย่างเป็นทางการ แม่น้ำที่ขุ่นก็กลับกลายเป็นสายน้ำที่งดงามขึ้นมาทันใด และแม่น้ำเป็นพยานแต่เพียงผู้เดียวของเรา เรามีความสุขกันมาก ส้มน้ำตาไหลเพราะรู้สึกตื้นตันและดีใจ ดังคำโบราณที่พูดว่า “เราทั้งคู่ เป็นคนที่มีความสุขที่สุดในค่ำคืนนี้” ผมไปส่งส้มที่อพาร์ตเมนต์ของเธอประมาณเที่ยงคืน เราดื่มกาแฟที่โต๊ะเล็กๆในห้องของเธอ และคุยกันเกี่ยวกับวันต่อๆไปเพื่อให้มั่นใจว่าเราจะใช้เวลาด้วยกันมากขึ้น

ในวันที่สามของวันหยุดของผม ผมตื่นขึ้นมาด้วยแรงบันดาลใจและมีความสุข แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของผมกับส้ม ทำให้ผมมีความสุข การท่องเที่ยวในวันต่อมานั้น ผมไปเที่ยวกับส้ม ผมดีใจที่เธอได้สามารถลาหยุดได้ พวกเราเดินทางท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ และหลายๆจังหวัดใกล้เคียง เช่น อยุธยา พัทยา กาญจนบุรี และเชียงใหม่ มันให้ความรู้สึกที่ดีที่พวกเราได้ท่องเที่ยวในสถานที่เหล่านี้กับคนที่เรารัก ส้มช่วยอธิบายความสำคัญ ประวัติของสถานที่ต่างๆ ยิ่งทำให้ผมชื่นชมความงามและความสำคัญของสถานที่ที่เราไปเยือน นอกจากนี้เรายังไปเยี่ยมครอบครัวของเธอในภาคอีสานและผมมีความสุขมากที่จะได้พบกับครอบครัวของเธอ เราไม่ได้คุยกันมากเพราะ พวกเขาพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ แต่รอยยิ้มและท่าทางของความเชื่อมั่นในตัวผมของพวกเขาก็เพียงพอที่จะทำให้ผมรู้สึกสบายใจ ผมบอกเขาถึงความจริงใจของผมที่มีต่อลูกสาวของพวกเขา พวกเขาตกลงยอมรับความสัมพันธ์ที่อบอุ่นของผมกับส้ม

สัปดาห์สุดท้ายของวันหยุดของผมคือการใช้เวลาอยู่ที่ภูเก็ตกับส้ม นี่เป็นครั้งแรกของผมกับส้มในการมาที่นี่ มันสนุกมาก ในสถานที่แห่งนี้ เราได้สำรวจและผจญภัยไปพร้อมๆกัน ผมรู้สึกว่ามันเป็นการดีที่ส้มเป็นคนไทย ซึ่งทำให้ทุกอย่างของเราเป็นเรื่องง่ายมากขึ้น ผมเชื่อว่าในระยะเวลา 5 วันนี้ มันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดจริงๆ วันหยุดของผมได้จบลงแต่แน่นอนว่าความรักของผมที่มีให้ส้มนั้นเพิ่งเริ่มต้นขึ้น อันที่จริงมันเพิ่มมากขึ้นภายในไม่กี่วันที่เราได้อยู่ร่วมกัน ผมต้องการที่จะเพิ่มวันหยุดของผม เพื่อใช้เวลาอยู่กับเธอ แต่การประชุมที่ทำงานยังคงรอผมอยู่ เธอกลับไปทำงาน ผมดีใจมากที่ส้มเข้าใจทุกอย่างและสัญญาว่าจะรอผม

สัปดาห์แรกของการกลับบ้านของผมเป็นสิ่งที่เปล่าเปลี่ยวที่สุดในชีวิตของผม ผมคิดถึงคนรักของผม ผมอยากให้เธออยู่เคียงข้างผม ผมโทรหาเธอวันละสองครั้งและผมมักจะได้ยินเสียงเธอร้องไห้ เธอเป็นคนที่ผมคิดถึงมาก สองเดือนผ่านไป ผมและคู่หมั้นของผม ยังคงคุยกัยผ่านทางอีเมลล์และโทรคุยกันตลอด ต่อมา ผมก็มาเยี่ยมเธอที่ประเทศไทย หลังจากไม่ได้เจอกับเธอมา 5 เดือน เวลานี้ผมอยากจะอยู่กับเธอตลอดไป ซึ่งไม่จำเป็นว่าต้องเป็นที่ไหน จะเมืองไทยหรือจะกลับไปที่สหรัฐอเมริกาก็ได้ ผมอยู่ที่ประเทศไทยเพื่อเตรียมการที่จะพาคู่หมั้นของผมไปที่อเมริกา เราได้ปรึกษากับบริษัทกฏหมายก่อนที่ผมจะกลับ เพื่อหาวิธีการพาคู่หมั้นของผมไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผมกับคู่หมั้นของผมมาที่สำนักงานกฏหมาย สยาม ลีเกิ้ล สำหรับการให้คำปรึกษาคู่หมั้นของผม และอธิบายโดยทนายความที่เป็นมิตร เกี่ยวกับกระบวนการและเอกสารที่ต้องใช้ในการยื่นขอวีซ่า คู่หมั้นของผมรู้สึกมั่นใจและรู้สึกดีกับความเป็นมิตรของทนายความ ส่วนนักกฏหมายชาวต่างชาติของบริษัท ก็พูดคุยกับผมในเรื่องการอธิบายขั้นตอนของการยื่นขอและคำแนะนำเกี่ยวกับเอกสารที่ผมต้องใช้ในการเป็นผู้ร้องขอ ส่วนมากเขาจะส่งอีเมลล์มาหาผมก่อน และเขาก็ตรวจสอบคำตอบของผมจากอีเมลล์ที่เขาถามมา ผมคิดว่าผมเลือกบริษัทกฏหมายที่ถูกต้องแล้ว คู่หมั้นของผมประทับใจและมั่นใจจากการฟังคำอธิบายจากทนายความชาวไทย

ผมอยู่ที่ประเทศไทยมากกว่า 1 สัปดาห์ หลังจากนั้นก็เดินทางกลับไปที่ประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อรวบรวมเอกสารที่เขาบอกให้เตรียม ใน1สัปดาห์ ผมเตรียมเอกสารที่จำเป็นทั้งหมดและส่งไปยังบริษัท สยาม ลีเกิ้ล ที่กรุงเทพมหานคร หลังจากนั้นเอกสารก็ส่งกลับมาภายใน 1 สัปดาห์เพื่อให้ผมเซ็นเอกสาร ในช่วงแรกของการยื่นขอวีซ่า K1 อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ผมได้รับหนังสือแจ้งการอนุมัติจากศูนย์บริการ USCIS และจากศูนย์บริการวีซ่าแห่งชาติ (State’s National Visa Center) ผมก็แฟกซ์กลับไปให้บริษัทสยาม ลีเกิ้ลทันทีที่ได้รับการแจ้ง ทางบริษัทคอยอัพเดทความคืบหน้าเกี่ยวกับขั้นตอนต่างๆที่เกิดขึ้นกับเอกสารของคู่หมั้นของผม ทุกอย่างอยู่ภายใต้การดูแลและความร่วมมือของคู่หมั้นของผมอยู่ตลอด โชคดีจริงๆที่คู่หมั้นของผมได้รับกำหนดนัดเพื่อสัมภาษณ์กับเจ้าหน้าที่สถานฑูตสหรัฐอเมริกา ผมอยากจะไปที่นั่นและให้การสนับสนุนกับเธอในการสัมภาษณ์ แต่ผมมีความจำเป็นต้องทำงาน อย่างไรก็ตาม บริษัทกฏหมายที่ผมมั่นใจนั้นให้การสนับสนุนคู่หมั้นของผมอย่างเต็มที่ ผมไว้ใจเขามาก อย่างไรก็ตาม ผมคงต้องตัดตอนเรื่องนี้ให้สั้นลง คู่หมั้นของผมได้เข้าสัมภาษณ์และทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี และเธอได้วีซ่า K1

มองย้อนกลับไปผมคิดว่า เป็นสิ่งที่ถูกต้องที่ผมเลือกขอความช่วยเหลือจากบริษัทกฏหมายที่มีคุณภาพ มีความเชี่ยวชาญเรื่องกฎหมายตรวจคนเข้าเมืองในสหรัฐอเมริกา เงินที่จ่ายไปสำหรับการบริการระดับมืออาชีพ เทียบไม่ได้กับความสุขที่ได้อยู่ด้วยกันกับคนที่เรารัก

ส้มและผมมีความสุข อาศัยยอยู่ที่ซีแอทเทิ่ล เราหวังว่า เราจะมีลูกคนแรกในเดือนถัดไป และสุดท้ายส้มก็ได้เป็นเพื่อนกับทนายความชาวไทยที่ให้ความช่วยเหลือเราในทุกๆเรื่อง เราวางแผนที่จะขอให้เธอเป็นแม่ทูนหัวของลูกคนแรกของเรา ขอบคุณสยาม ลีเกิ้ล สำหรับการช่วยเหลือของพวกเขาทุกคน